“ ฟันแตก ” เรื่องใกล้ตัวที่ห้ามมองข้าม! ปล่อยไว้นานอันตรายกว่าที่คิด ต้องรักษาแบบไหนดี

ฟันแตก

     ใครเคยเจอปัญหาฟันแตก ฟันร้าว หรือฟันบิ่นบ้าง? หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แค่อุดฟันก็หาย แต่จริง ๆ แล้วอาการฟันแตกถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจเกิดอาการติดเชื้อ เจ็บปวด หรืออาจจะลุกลามจนถึงขั้นสูญเสียฟันได้เลย!

     Your Smile Dental Clinic เลยอยากจะมาอธิบายเรื่องฟันแตกแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าเกิดจากอะไร มีกี่แบบ อาการเป็นยังไง และที่สำคัญคือควรรักษาแบบไหนดีถึงจะตอบโจทย์ที่สุด

ฟันแตกเกิดจากอะไรได้บ้าง? และมีกี่แบบ?

“ฟันแตก” ไม่ได้มีแค่แบบเดียว โดยความรุนแรงของมันจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของรอยแตก ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาฟันแตกมักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

สาเหตุหลักที่ทำให้ฟันแตก
  1. เคี้ยวของแข็ง เป็นสาเหตุที่พบเจอได้บ่อยในหลายเคส ไม่ว่าจะเป็นเคี้ยวน้ำแข็ง เม็ดถั่ว กระดูก หรือลูกอมแข็ง ๆ การใช้ฟันกัดแรง ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ฟันต้องออกแรงและรับหน้าที่หนักเกิน จนทำให้ฟันปริแตกได้

  2. อุบัติเหตุหรือแรงกระแทก เช่น หกล้ม กระแทกที่ปาก หรือเล่นกีฬาที่ต้องปะทะ

  3. นอนกัดฟัน การกัดหรือบดเคี้ยวฟันในขณะนอนหลับโดยไม่รู้ตัว ทำให้ฟันสึกและเกิดรอยร้าวได้ง่ายขึ้น

  4. ฟันผุขนาดใหญ่ เมื่อฟันผุมาก ๆ เนื้อฟันที่เหลืออยู่จะอ่อนแอและเปราะบางลง ทำให้ฟันแตกหักง่ายขึ้น แม้จะเคี้ยวอาหารปกติก็ตาม

  5. วัสดุอุดฟันแตก วัสดุอุดฟันเก่าได้รับความเสียหายหรือเสื่อมสภาพลง เชื้อแบคทีเรียลงไปในรอยอุดได้ ทำให้ฟันอ่อนแอ และหักหรือแตกได้ง่าย

ลักษณะของฟันแตกที่พบบ่อย
  • ฟันบิ่น ฟันร้าวขนาดเล็ก: รอยร้าวเล็ก ๆ ที่ผิวเคลือบฟันเท่านั้น มักไม่มีอาการปวดหรือเสียว แต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจ
  • ฟันร้าวถึงชั้นเนื้อฟัน: ฟันมีรอยแตก จนฟันบางส่วนหลุดออกมา
  • ฟันร้าวลึกถึงโพรงประสาทฟัน: รอยแตกลึกถึงใจกลางฟันที่มีเส้นประสาทอยู่ ซึ่งเป็นลักษณะฟันแตกที่รุนแรง
  • ฟันแตกแยกเป็นสองส่วน: รอยแตกลึกมากจนฟันแยกออกจากกัน มักจะเจ็บปวดมาก และเป็นลักษณะฟันแตกที่รุนแรง
  • ฟันแตกแนวดิ่งจากราก: ฟันแตกจากรากฟันขึ้นมาด้านบน ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ จนกว่าจะมีการติดเชื้อที่เหงือกและกระดูก
อาการที่บ่งบอกว่าคุณมี "ฟันแตก"

อาการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยแตก บางคนอาจจะมีอาการแค่เป็น ๆ หาย ๆ จนทำให้คิดว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่ ต้องรีบมาให้คุณหมอตรวจ

“ฟันแตก” ปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจะส่งผลอะไร? อันตรายไหม?

     การปล่อยฟันแตกทิ้งไว้ อันตรายกว่าที่คิด เพราะฟันแตกไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้เหมือนกระดูกส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย ยิ่งปล่อยไว้นาน ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น

เสี่ยงติดเชื้อ

     นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดเมื่อฟันแตก รอยแตกจะเปิดทางให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเข้าไปถึงโพรงประสาทฟันและรากฟันได้ง่าย ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และกลายเป็นหนอง

ปวดรุนแรงและเรื้อรัง

     หากการติดเชื้อลุกลาม จะทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

สูญเสียฟัน

     ถ้ารอยแตกนั้นลึกมากจนไม่สามารถรักษาหรือบูรณะได้ ทางเลือกสุดท้ายคือการถอนฟันเท่านั้น

เชื้อลุกลามไปยังส่วนอื่น

     การติดเชื้อที่รากฟันอาจลุกลามไปถึงกระดูกขากรรไกร หรือบางกรณีที่รุนแรงมากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

วิธีการรักษา “ฟันแตก” มีกี่แบบ? เลือกรักษาแบบไหนดี?
วิธีรักษาฟันแตก

     วิธีการรักษาฟันแตกจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งของรอยแตกเป็นหลัก โดยคุณหมอจะทำการตรวจอย่างละเอียดและแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้กับคนไข้

  1. อุดฟัน  เหมาะสำหรับ: รอยแตกขนาดเล็ก ฟันบิ่น ฟันร้าวที่ชั้นเคลือบฟัน หรือเนื้อฟันตื้นๆ
    หลักการรักษา: ใช้วัสดุอุดฟัน อุดเติมเต็มส่วนที่เสียหายและบูรณะรูปร่างฟัน

  2. วีเนียร์ เหมาะสำหรับ: ฟันบิ่นเล็กน้อย โดยเฉพาะฟันหน้า
    หลักการรักษา: เป็นการรักษาที่เน้นเรื่องความสวยงาม มีทั้งวีเนียร์แบบแปะและแบบฉีด แปะทับผิวฟันด้านหน้าเพื่อปกปิดรอยแตก และยังสามารถออกแบบรูปร่างของฟันให้สวย สมส่วน และมีสีที่ขาวขึ้นได้ด้วย

  3. ครอบฟัน เหมาะสำหรับ: รอยแตกที่ลึกถึงชั้นเนื้อฟัน หรือมีการรักษารากฟันมาก่อน
    หลักการรักษา: ทำการกรอฟันและใส่ครอบฟันทับฟันซี่ที่รักษาทั้งซี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันที่เหลืออยู่แตกเพิ่มหรือได้รับความเสียหาย และยังช่วยคืนความแข็งแรงให้ฟันได้ด้วย

  4. รักษารากฟัน เหมาะสำหรับ: รอยแตกลึกถึงโพรงประสาทฟัน มีการอักเสบ หรือติดเชื้อ
    หลักการรักษา: กำจัดเนื้อเยื่อประสาทฟันที่ติดเชื้อออก ทำความสะอาด และอุดคลองรากฟัน จากนั้นจึงทำครอบฟัน

  5. ถอนฟัน เหมาะสำหรับ: รอยแตกที่ลึกและกว้างมาก เช่น ฟันแตกแยกเป็น 2 ส่วน หรือฟันแตกถึงรากฟันที่ไม่สามารถรักษาได้แล้ว
    หลักการรักษา: ถอนฟันออก และแนะนำพิจารณาทำ “รากฟันเทียม” หรือ “สะพานฟัน” เพื่อทดแทนฟันที่เสียไป

     มีลักษณะอาการของ “ฟันแตก” ควรเข้ามาปรึกษากับทันตแพทย์ที่คลินิก เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด อย่าเพิ่งตัดสินใจไปเองว่า แค่อุดฟันก็พอ เพราะรอยแตกที่มองไม่เห็นอาจลึกกว่าที่คิด

  • ถ้ายังปวด ๆ เสียว ๆ ฟัน ควรรีบมาตรวจ เพราะอาจจะต้องทำครอบฟันเพื่อป้องกันไม่ให้รอยแตกขยายตัว
  • ถ้าปวดมากจนเป็นหนอง อย่ารอช้า นี่คือสัญญาณของการติดเชื้อขั้นรุนแรง ต้องรับการรักษารากฟันก่อนจะสายเกินไป จนต้องสูญเสียฟัน

ที่ Your Smile Dental Clinic เรามีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถประเมินอาการและความลึกของรอยแตกได้อย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและความสวยงามให้ฟันของคุณกลับมาใช้งานได้อย่างแข็งแรงและมั่นใจอีกครั้ง

ถ้ารู้ทัน ก็ป้องกันได้! ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ฟันแตก! ลองปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น เลิกเคี้ยวของแข็ง และหากมีอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อทำเฝือกสบฟัน มาใส่ตอนนอน

ใครสงสัยว่าฟันตัวเองกำลังมีปัญหาหรือเปล่า? อย่าปล่อยให้ความกังวลและรอยแตกกัดกินฟันของคุณ!

นัดหมายได้เลย ทีมทันตแพทย์ของเรายินดีให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเอง