ใครเคยเจอปัญหาฟันแตก ฟันร้าว หรือฟันบิ่นบ้าง? หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แค่อุดฟันก็หาย แต่จริง ๆ แล้วอาการฟันแตกถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจเกิดอาการติดเชื้อ เจ็บปวด หรืออาจจะลุกลามจนถึงขั้นสูญเสียฟันได้เลย!
Your Smile Dental Clinic เลยอยากจะมาอธิบายเรื่องฟันแตกแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าเกิดจากอะไร มีกี่แบบ อาการเป็นยังไง และที่สำคัญคือควรรักษาแบบไหนดีถึงจะตอบโจทย์ที่สุด
ฟันแตกเกิดจากอะไรได้บ้าง? และมีกี่แบบ?
“ฟันแตก” ไม่ได้มีแค่แบบเดียว โดยความรุนแรงของมันจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของรอยแตก ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาฟันแตกมักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้
เคี้ยวของแข็ง เป็นสาเหตุที่พบเจอได้บ่อยในหลายเคส ไม่ว่าจะเป็นเคี้ยวน้ำแข็ง เม็ดถั่ว กระดูก หรือลูกอมแข็ง ๆ การใช้ฟันกัดแรง ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้ฟันต้องออกแรงและรับหน้าที่หนักเกิน จนทำให้ฟันปริแตกได้
อุบัติเหตุหรือแรงกระแทก เช่น หกล้ม กระแทกที่ปาก หรือเล่นกีฬาที่ต้องปะทะ
นอนกัดฟัน การกัดหรือบดเคี้ยวฟันในขณะนอนหลับโดยไม่รู้ตัว ทำให้ฟันสึกและเกิดรอยร้าวได้ง่ายขึ้น
ฟันผุขนาดใหญ่ เมื่อฟันผุมาก ๆ เนื้อฟันที่เหลืออยู่จะอ่อนแอและเปราะบางลง ทำให้ฟันแตกหักง่ายขึ้น แม้จะเคี้ยวอาหารปกติก็ตาม
วัสดุอุดฟันแตก วัสดุอุดฟันเก่าได้รับความเสียหายหรือเสื่อมสภาพลง เชื้อแบคทีเรียลงไปในรอยอุดได้ ทำให้ฟันอ่อนแอ และหักหรือแตกได้ง่าย
ลักษณะของฟันแตกที่พบบ่อย
- ฟันบิ่น ฟันร้าวขนาดเล็ก: รอยร้าวเล็ก ๆ ที่ผิวเคลือบฟันเท่านั้น มักไม่มีอาการปวดหรือเสียว แต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจ
- ฟันร้าวถึงชั้นเนื้อฟัน: ฟันมีรอยแตก จนฟันบางส่วนหลุดออกมา
- ฟันร้าวลึกถึงโพรงประสาทฟัน: รอยแตกลึกถึงใจกลางฟันที่มีเส้นประสาทอยู่ ซึ่งเป็นลักษณะฟันแตกที่รุนแรง
- ฟันแตกแยกเป็นสองส่วน: รอยแตกลึกมากจนฟันแยกออกจากกัน มักจะเจ็บปวดมาก และเป็นลักษณะฟันแตกที่รุนแรง
- ฟันแตกแนวดิ่งจากราก: ฟันแตกจากรากฟันขึ้นมาด้านบน ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ จนกว่าจะมีการติดเชื้อที่เหงือกและกระดูก
อาการที่บ่งบอกว่าคุณมี "ฟันแตก"
อาการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยแตก บางคนอาจจะมีอาการแค่เป็น ๆ หาย ๆ จนทำให้คิดว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่ ต้องรีบมาให้คุณหมอตรวจ
- เสียวฟันมาก เมื่อโดนของร้อน ของเย็น หรือของหวาน จะรู้สึกเสียวจี๊ด ๆ เป็นพิเศษ
- ปวดเวลาเคี้ยวหรือกัด อาการปวดจะเกิดขึ้นเมื่อฟันซี่นั้นถูกใช้งาน ยิ่งเคี้ยวแรง ๆ ยิ่งรู้สึกปวดหน่วง ๆ
- อาการปวดที่ไม่สม่ำเสมอ รู้สึกปวด ๆ หาย ๆ หาตำแหน่งที่ปวดชัดเจนไม่ค่อยได้
- เหงือกบวมหรือเป็นหนอง หากรอยแตกลึกถึงรากฟันและมีการติดเชื้อร่วมด้วย อาจมีอาการเหงือกบวมแดง หรือมีหนองขึ้นบริเวณเหงือกรอบ ๆ ฟันซี่นั้น
- มองเห็นรอยแตก อาจเห็นเป็นเส้นร้าวเล็ก ๆ บนผิวฟัน หรือมีเนื้อฟันบางส่วนหลุดหายไป
“ฟันแตก” ปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจะส่งผลอะไร? อันตรายไหม?
การปล่อยฟันแตกทิ้งไว้ อันตรายกว่าที่คิด เพราะฟันแตกไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้เหมือนกระดูกส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย ยิ่งปล่อยไว้นาน ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น
เสี่ยงติดเชื้อ
นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดเมื่อฟันแตก รอยแตกจะเปิดทางให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเข้าไปถึงโพรงประสาทฟันและรากฟันได้ง่าย ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และกลายเป็นหนอง
ปวดรุนแรงและเรื้อรัง
หากการติดเชื้อลุกลาม จะทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
สูญเสียฟัน
ถ้ารอยแตกนั้นลึกมากจนไม่สามารถรักษาหรือบูรณะได้ ทางเลือกสุดท้ายคือการถอนฟันเท่านั้น
เชื้อลุกลามไปยังส่วนอื่น
การติดเชื้อที่รากฟันอาจลุกลามไปถึงกระดูกขากรรไกร หรือบางกรณีที่รุนแรงมากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
วิธีการรักษา “ฟันแตก” มีกี่แบบ? เลือกรักษาแบบไหนดี?
วิธีการรักษาฟันแตกจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งของรอยแตกเป็นหลัก โดยคุณหมอจะทำการตรวจอย่างละเอียดและแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้กับคนไข้
- อุดฟัน เหมาะสำหรับ: รอยแตกขนาดเล็ก ฟันบิ่น ฟันร้าวที่ชั้นเคลือบฟัน หรือเนื้อฟันตื้นๆ
หลักการรักษา: ใช้วัสดุอุดฟัน อุดเติมเต็มส่วนที่เสียหายและบูรณะรูปร่างฟัน - วีเนียร์ เหมาะสำหรับ: ฟันบิ่นเล็กน้อย โดยเฉพาะฟันหน้า
หลักการรักษา: เป็นการรักษาที่เน้นเรื่องความสวยงาม มีทั้งวีเนียร์แบบแปะและแบบฉีด แปะทับผิวฟันด้านหน้าเพื่อปกปิดรอยแตก และยังสามารถออกแบบรูปร่างของฟันให้สวย สมส่วน และมีสีที่ขาวขึ้นได้ด้วย - ครอบฟัน เหมาะสำหรับ: รอยแตกที่ลึกถึงชั้นเนื้อฟัน หรือมีการรักษารากฟันมาก่อน
หลักการรักษา: ทำการกรอฟันและใส่ครอบฟันทับฟันซี่ที่รักษาทั้งซี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันที่เหลืออยู่แตกเพิ่มหรือได้รับความเสียหาย และยังช่วยคืนความแข็งแรงให้ฟันได้ด้วย - รักษารากฟัน เหมาะสำหรับ: รอยแตกลึกถึงโพรงประสาทฟัน มีการอักเสบ หรือติดเชื้อ
หลักการรักษา: กำจัดเนื้อเยื่อประสาทฟันที่ติดเชื้อออก ทำความสะอาด และอุดคลองรากฟัน จากนั้นจึงทำครอบฟัน - ถอนฟัน เหมาะสำหรับ: รอยแตกที่ลึกและกว้างมาก เช่น ฟันแตกแยกเป็น 2 ส่วน หรือฟันแตกถึงรากฟันที่ไม่สามารถรักษาได้แล้ว
หลักการรักษา: ถอนฟันออก และแนะนำพิจารณาทำ “รากฟันเทียม” หรือ “สะพานฟัน” เพื่อทดแทนฟันที่เสียไป
มีลักษณะอาการของ “ฟันแตก” ควรเข้ามาปรึกษากับทันตแพทย์ที่คลินิก เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด อย่าเพิ่งตัดสินใจไปเองว่า แค่อุดฟันก็พอ เพราะรอยแตกที่มองไม่เห็นอาจลึกกว่าที่คิด
- ถ้ายังปวด ๆ เสียว ๆ ฟัน ควรรีบมาตรวจ เพราะอาจจะต้องทำครอบฟันเพื่อป้องกันไม่ให้รอยแตกขยายตัว
- ถ้าปวดมากจนเป็นหนอง อย่ารอช้า นี่คือสัญญาณของการติดเชื้อขั้นรุนแรง ต้องรับการรักษารากฟันก่อนจะสายเกินไป จนต้องสูญเสียฟัน
ที่ Your Smile Dental Clinic เรามีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถประเมินอาการและความลึกของรอยแตกได้อย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและความสวยงามให้ฟันของคุณกลับมาใช้งานได้อย่างแข็งแรงและมั่นใจอีกครั้ง
ถ้ารู้ทัน ก็ป้องกันได้! ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ฟันแตก! ลองปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น เลิกเคี้ยวของแข็ง และหากมีอาการนอนกัดฟัน ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อทำเฝือกสบฟัน มาใส่ตอนนอน
ใครสงสัยว่าฟันตัวเองกำลังมีปัญหาหรือเปล่า? อย่าปล่อยให้ความกังวลและรอยแตกกัดกินฟันของคุณ!





